Motor Show by Grand Prix$type=grid$count=3$meta=0$sn=0$rm=0$hide=post

สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) คาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรงตัว รัฐควรออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง


สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA) ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Journalists Association : TAJA) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน (TAIA Meets the Press) ในหัวข้อ “เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยมองแนวโน้มตลาดยานยนต์ปี พ.ศ. 2569 มีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยอาจจะดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง


นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า “ในปี พ.ศ. 2569 คาดการณ์การผลิตรถยนต์ของไทยโดยรวมที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3.4% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน และสำหรับตัวเลขรถจักรยานยนต์ คาดการณ์ยอดผลิตที่ 2 ล้านคัน เติบโตลดลงจากปีที่ผ่านมา ประมาณ 4.76 %


ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2569 มี ดังนี้

ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569

  • การผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกในปี 2569 ยังคงมีสัดส่วนมากกว่าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับมากกว่า 60% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด
  • สัดส่วนการผลิตรถยนต์นั่ง xEV มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มรถยนต์นั่งไฟฟ้า HEV BEV และ PHEV ตามลำดับ คาดว่าสัดส่วนของการผลิตรถยนต์นั่ง XEV จะยังคงสัดส่วนมากกว่าการผลิตรถยนต์นั่ง ICE
  • ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถกระบะ 1 ตัน ที่สําคัญของโลก และเป็น “Product Champion” ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเกือบทั้งหมดเป็นรถยนต์กระบ ICE ซึ่งยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศได้ดี
  • ด้านกำลังซื้อภายในประเทศ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากจากหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียของสินเชื่อยานยนต์ที่คงตัวอยู่ในระดับสูง (โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์กระบะ) ส่งผลให้สถานบันการเงินยังคงความเข็มงวดในการปล่อยสินเชื่อต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าจะทำให้ตลาดรถยนต์กระบะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
  • การส่งออกรถยนต์ในปี 2569 มีแนวโน้มคงตัวในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษของประเทศคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

ความท้าทายต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และข้อเสนอแนะ

1. ผลกระทบจากปัญหาสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง
  • การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไปยังตะวันออกกลางหยุดชะงัก จากการปิดเส้นทางการขนส่งสินค้าสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ โดยในปี 2568 ไทยส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางสูงถึง 200,000 คัน คิดเป็น 21% ของการส่งออกทั้งหมดและเป็นตลาดสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย โดยคาดการณ์ผลกระทบได้คือ
ผลกระทบระยะสั้น
  • ภาคอุตสาหกรรมอาจเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน ค่าเรือขนส่ง(Freight) ค่าระวางเรือ และค่าเบี้ยประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น
  • การขาดแคลนพลังงาน และต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ส่งผลต่อกระบวนการผลิตที่อาจหยุดชะงัก รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น
ผลกระทบระยะกลาง - ยาว
  • หากสงครามยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายประเทศต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
2. มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานเชื้อเพลิงในยานยนต์ใหม่ (New Vehicle Efficiency Standard : NVES) ของประเทศออสเตรเลีย โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งจะมีความเข้มงวดมากขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้ผู้ส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยจำเป็นพิจารณารถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น HEV PHEV หรือ BEV เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

3. โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับยานยนต์ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางของโครงสร้างภาษีฉบับใหม่ ทั้งการลดการปล่อย CO2 การติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS รวมถึงการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ

นอกจากนี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เสนอมาตรการต่อภาครัฐ ดังนี้

1. เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง สมาคมฯ ขอให้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมและกระตุ้นตลาดรถยนต์ภายในประเทศ เพื่อทดแทนปริมาณรถยนต์ที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันออกกลางได้ รวมถึงมีมาตรการเยียวยาผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม

2. เพื่อเป็นการรักษาตลาดส่งออกรถยนต์สำคัญของไทยอย่างภูมิภาคออสเตรเลียและโอเชียเนีย สมาคมฯขอให้ภาครัฐหาโอกาสเจรจาเพื่อชะลอหรือผ่อนผัน การบังคับใช้มาตรการ NVES เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมีเวลาปรับตัว

3. มาตรการกระตุ้นยอดขายในประเทศ

    3.1. มาตรการระยะสั้น เช่น

            3.1.1. มาตรการด้านภาษี: การใช้กลไกการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการหักค่าใช้จ่ายเงินได้นิติบุคคล สำหรับการซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อจูงใจการซื้อรถยนต์
            3.1.2. มาตรการด้านสินเชื่อ: ผ่านการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อสำหรับกู้ซื้อรถ
            3.1.3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: กระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐผ่านงบประมาณประจำปี
            3.1.4. มาตรการเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานภาครัฐ ให้รวมถึงรถยนต์ XEV ทุกชนิด และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

    3.2 มาตรการระยะกลาง - ยาว

            3.2.1. มาตรการ สนับสนุนการผลิตภายในประเทศทดแทนการส่งเสริมการนําเข้า
รถยนต์จากต่างประเทศ โดยขอให้มีการกําหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตตาม
สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (LOCAL CONTENT) และลดหรือยกเว้นอากร
นําเข้าชิ้นส่วนสําคัญสําหรับรถยนต์ไฟฟา xEV ในระยะต้นของการผลิตสําหรับ
ชิ้นส่วนทีไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทย
            3.2.2. มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยานยนต์
สมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม การเปลี่ยนผ่านของผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ
            3.2.3.เร่งรัดการเจรจาข้อตกลง FTA โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการ
ส่งรถยนต์จากประเทศไทย

โดยคาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้ และปีต่อๆไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติ และดียิ่งขึ้นต่อไป


นอกจากนี้ภายในงานยังมีการมอบรางวัล “TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025” หรือโครงการประกวดมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้มอบรางวัลให้แก่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์จำนวน 12 บริษัท เพื่อเป็นการยกย่องและส่งเสริมว่าบริษัทดังกล่าว ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม”





คำถามสัมภาษณ์จากสื่อ

1. ไทยเคยถูกเรียกว่า Detroit of Asia แต่เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV ไทยยังสามารถรักษาบทบาทฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคได้หรือไม่

ไทยจะสามารถรักษาบทบาทในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคได้นั้น จะต้องมีการปรับตัวทั้งผู้ผลิตรถยนต์ และชิ้นส่วนของเทคโนโลยีสันดาปภายใน (ICE) และ รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) โดยไม่เพียงแค่ OEM เท่านั้น ยังรวมไปถึงการปรับตัวของ Supplier อีกด้วย เพื่อให้ตามทันเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างรถยนต์ไฟฟ้า (xEV)

นอกจากนี้ ความต้องการซื้อ (Demand) ของผู้บริโภคภายในประเทศยังเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การจะเป็น “Detroit of Asia” จะต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความเข้มแข็งอย่างแบรนด์ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเปลี่ยนจากการแข่งขัน เป็นความร่วมมือ เพื่อผลักดันในการส่งออก และรักษาบทบาทฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค

2. โครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยควรปรับตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียความได้เปรียบให้จีนและเวียดนาม

คุณสุวัชร์ได้มีการชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งของประเทศ ไทย จีน และเวียดนาม จากนั้น ได้มีการแสดงข้อคิดเห็นเพื่อให้ไทยไม่เสียเปรียบประเทศจีน และเวียดนาม ดังนี้
• ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) โดยเฉพาะรถยนต์สันดาปภายใน และรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด
• ในส่วนของประเทศจีนจุดแข็งจะอยู่ที่เทคโนโลยี และวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ (Raw material) ซึ่งจะทำให้ได้เปรียบสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
• ประเทศเวียดนามได้เปรียบในเรื่องของนโยบายการสนับสนุนจาภาครัฐอย่าง “นโยบายรถยนต์อีวีแห่งชาติ” หรือแบรนด์ Vinfast เป็นต้น

ในการนี้ ประเทศไทยต้องเสริมสร้างความแข็งแรงของห่วงโซ่อุปทาน และปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น และไทยควรเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับประเทศจีนไม่เพียงแค่ดึงดูดการลงทุนในระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องมีการส่งเสริมให้มีการลงทุนในระยะยาว อาทิ การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local content) การเสริมสร้างให้มีการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีกับประเทศจีน (Technology transfer) เป็นต้น เพื่อยืนยันการเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย

3. การที่แบรนด์จีนครองตลาด EV ไทยมากกว่า 70% จะส่งผลต่อผู้ผลิตญี่ปุ่นและซัพพลายเชนไทยอย่างไรในระยะยาว

ในระยะสั้น ไทยเสียส่วนแบ่งของตลาด (Market share) ให้กับรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน เป็นผลจากมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และอานิสงค์ของความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ASEAN- China FTA: ACFTA) จากการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่เสียอัตราอากรขาเข้า (ภาษีนำเข้า) ทำให้แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นเสียเปรียบในด้านของราคาขาย และโมเดล (Model) เนื่องจากการเปลี่ยนโมเดลของประเทษจีนนั้นค่อนข้างเร็ว หากเทียบกับแบรนด์ญี่ปุ่น

ในระยะยาว ไทยได้รับผลกระทบในห่วงโซ่อุปทานโดยตรง เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้านั้นมีค่อนข้างน้อย หากเทียบกับชิ้นส่วนรถยนต์สันดาปภายใน ทำให้ต้องนำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบรถยนต์ไฟฟ้าแทน ซึ่งไม่เป็นการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศไทย

สำหรับการปรับตัว ไทยควรที่จะยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) ให้แข็งแรง และร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในไทย และนักลงทุนในจีนในการเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน

4. ไทยควรเน้นเป็น ฐานผลิต EV เพื่อส่งออก หรือเน้นการสร้างตลาดภายในประเทศก่อน

หากมองตามหลักการแล้วต้องดูที่ความต้องการของตลาด (Demand) เป็นหลัก เพื่อดูในเรื่องของการส่งออก และการขายภายในประเทศ ทั้งนี้ สำหรับตลาดในประเทศ ความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้ เนื่องจากต้องมีการเพิ่มกำลังในการผลิต (Capacity) พัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) รวมถึงการเสริมสร้างการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local content)

นอกจากนี้ จุดสำคัญคือนโยบายอีวีจากภาครัฐ ซึ่งรัฐไม่ควรให้การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเงินสนับสนุน (cash subsidy) อย่างเดียว แต่ควรมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือให้อุตสาหกรรมอีวีในไทยมีการเติบโต และสร้างรากฐานได้อย่างยั่งยืน (Sustain)

5. การลงทุน EV ในไทยกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ จากผู้ผลิตต่างชาติ จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยจริงหรือทำให้ไทยกลายเป็นเพียงฐานประกอบ

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) เป็นโอกาสสำหรับไทยในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอีวี แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะยกระดับอุตสาหกรรมอีวีได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ประเทศไทยควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในด้านห่วงโซ่อุปทาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจากนโยบายภาครัฐให้นักลงทุนมีการลงทุนในระยะยาว อาทิ ในด้านของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (know how) รวมถึงการส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้สามารถจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้มีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากขึ้น โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าว ต้องมีการร่วมมือกันแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอีวีไทยอย่างยั่งยืน

6. ในยุคที่จีนผลิตรถ EV ราคาถูก ไทยควรแข่งขันด้วย ต้นทุน เทคโนโลยี หรือแบรนด์

หากจะพูดถึงการแข่งขันกับจีน ในด้านต้นทุนคงไม่สามารถชนะได้ เนื่องจากจีนมีขนาดการผลิตที่สูงกว่า ทำให้มีความได้เปรียบในเรื่อง economy of scale อย่างชัดเจน ขณะที่ในด้านแบรนด์ ไทยเองก็ยังไม่มีแบรนด์ที่จะนำไปแข่งขันได้ ดังนั้นทั้งต้นทุนและแบรนด์จึงไม่ใช่จุดที่เราจะไปแข่งขันกับเขา

แนวทางที่ควรมองคือการดึงการลงทุนและการทำ integration ให้เกิดขึ้น โดยให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาพร้อมกัน เพื่อสร้าง EV Manufacturing Hub ในประเทศไทย รวมถึงการนำทั้งเทคโนโลยีและสร้าง ecosystem เข้ามา ทั้งในส่วนของ OEM และ supply chain อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อท้าทาย เนื่องจากการดึง supply chain ของจีนเข้ามา อาจส่งผลให้ซัพพลายเชนของผู้ผลิตรายเดิมมีปริมาณลดลง ดังนั้นจึงต้องหาวิธีในการรักษาสมดุลให้ได้ทั้งสองฝ่าย แนวทางหนึ่งคือการส่งเสริมทั้งDemandในประเทศและการส่งออก เพื่อให้เกิดการเติบโตร่วมกัน ไม่ใช่การแข่งขันกันเอง แต่เป็นการสร้าง synergy
นอกจากนี้ ไทยควรเน้นในสิ่งที่เราเคยทำได้ดี คือการมี Product Champion โดยโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งในกรณีของ EV ก็อาจต่อยอดไปในลักษณะเดียวกัน โดยใช้จุดแข็งของจีนเข้ามาร่วมพัฒนา และสร้างให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของโลก

7. อนาคตรถจีนในไทย ว่าจะเป็นไปทิศทางใด และมีวิธีป้องกันอย่างไร จะไม่เกิดปัญหา ตัวอย่างเช่น รถจีนบางค่ายที่เคยเกิดปัญหาและถอนตัวไป โดยทิ้งภาระให้กับผู้บริโภค

แนวโน้มของรถจีนในไทย คาดว่าส่วนแบ่งตลาดจะยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากทั้งด้านราคา เทคโนโลยี และความรวดเร็วในการออกโมเดลใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของความต่อเนื่องของแบรนด์ เนื่องจากบางรายเข้ามาเร็วแต่ไม่สามารถทำตลาดได้และถอนตัวออกไป ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น ไม่มีศูนย์บริการ ไม่มีอะไหล่ และกระทบต่อมูลค่าขายต่อของรถ อีกประเด็นคือการแข่งขันด้านราคา ที่ยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนที่ต่ำ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเรื่องการใช้ชิ้นส่วนในประเทศในระดับต่ำ (low localization) จากการนำเข้าในรูปแบบ CKD

ในด้านการป้องกัน ควรกำหนดคุณสมบัติของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาในตลาด ทั้งในเรื่องเงินลงทุน แผนธุรกิจ และ commitment ระยะยาว รวมถึงพิจารณาเรื่อง financial guarantee ให้มีความเหมาะสมเมื่อเทียบกับ Privilege ที่ได้รับ ขณะเดียวกัน ควรกำหนดเงื่อนไขด้าน after-sales service ให้ชัดเจน ทั้งการจัดตั้ง ศูนย์บริการและการรับประกันอะไหล่สำหรับรถที่จำหน่าย สุดท้าย ควรเน้นให้เกิดการลงทุนจริง เพื่อป้องกันกรณีที่เป็นเพียงการจ้างผลิตหรือจ้างประกอบ ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการสามารถถอนตัวได้ง่ายเมื่อเกิดปัญหา

COMMENTS

Name

Accessories,175,Automotive,1534,BIG Motor Sale,30,Creator Talk,3,CSR,34,EV,357,Gallery,20,Insurance,189,LEZZON,1,Lifestyle,26,Motor Expo,290,Motor Show,333,Motorcycle,322,motorexpo,14,Motorsport,186,PETER,1,PR News,342,Review,1,Sports,96,Technologies,26,Test Drive,5,Xpeng,9,
ltr
item
BeyondDrive: สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) คาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรงตัว รัฐควรออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง
สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) คาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรงตัว รัฐควรออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEimfecKZvrUCeBfnpekMuIna9cA9BL-l6GtXYcYdMYXUt-TufTNEkm_406V01pSoBdsNAJDRj5VtHDoKt9EqK7E_sRc9VXyHs9RyHehi2NrfW8hevNkVxbV3sWN7UgrRBwXsDlWeUPv-PWQKk_uGzU6a9nc2qhgRCcmS-QmO2QPDxWSW_MXPjlV3VC_0Ic/s16000/12.%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%20%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.JPG
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEimfecKZvrUCeBfnpekMuIna9cA9BL-l6GtXYcYdMYXUt-TufTNEkm_406V01pSoBdsNAJDRj5VtHDoKt9EqK7E_sRc9VXyHs9RyHehi2NrfW8hevNkVxbV3sWN7UgrRBwXsDlWeUPv-PWQKk_uGzU6a9nc2qhgRCcmS-QmO2QPDxWSW_MXPjlV3VC_0Ic/s72-c/12.%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B9%8C%20%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%20%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.JPG
BeyondDrive
https://www.beyonddrive.com/2026/04/taia.html
https://www.beyonddrive.com/
https://www.beyonddrive.com/
https://www.beyonddrive.com/2026/04/taia.html
true
949892630782446349
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts VIEW ALL Readmore Reply Cancel reply Delete By Home PAGES POSTS View All RECOMMENDED FOR YOU LABEL ARCHIVE SEARCH ALL POSTS Not found any post match with your request Back Home Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December Jan Feb Mar Apr May Jun Jul Aug Sep Oct Nov Dec just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share. STEP 2: Click the link you shared to unlock Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy